Wrap รถแล้วไม่แจ้งเปลี่ยนสีมีโทษทางอาญานะ

ปัจจุบันการเปลี่ยนสีรถโดย Wrap ด้วยสติ๊กเกอร์ นับว่าได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่คนรักรถ ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นการแต่งรวดลายแปลกตาให้โดดเด่นจากผู้อื่นหรือบางทีอาจจจะเปลี่ยนแปลงสีให้เป็นไปตามความชอบก็ได้…แต่รู้ไหมว่าการ Wrap มีส่วนเกี่ยวข้องกับทางกฎหมายด้วย

การ Wrap สติ๊กเกอร์สามารถแยกออกได้เป็น 2 กรณี คือ ต้องแจ้งเปลี่ยนสีและไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนสี สำหรับกรณี Wrap แล้วไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนสี สามารถทำได้แต่ต้องไม่เกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของตัวรถเท่านั้น

ส่วนในกรณีถัดมาคือต้องแจ้งเปลี่ยนสีเพราะติดเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป เช่นการเปลี่ยนสีฝากระโปรงหน้ารถ และการติดสติ๊กเกอร์เพื่อโฆษณาบริเวณตัวรถทั้งคันหรือบางส่วนนั้น เป็นการทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่าสีดังกล่าวเป็นสีของตัวรถ การกระทำตรงนี้ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงสีของรถให้ผิดไปจากเดิมที่เคยจดทะเบียนไว้ แม้มิได้ทำการเปลี่ยนแปลงสีของรถโดยการพ่นหรือทาให้สีติดกับตัวถังรถอย่างถาวรก็ตาม เพราะตามกฎหมาย พ.ร.บ.จราจร เมื่อเจ้าของรถทำการเปลี่ยนสีจะด้วยวิธีการไหนมาก็ตาม ต้องมาแจ้งเปลี่ยนสีที่กรมขนส่งทางบกทุกครั้ง ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะโดนจับในข้อหาเปลี่ยนสีโดยไม่ได้รับอนุญาต

ซึ่งสรุปได้ว่ารถที่จดทะเบียนแล้ว หากมีการเปลี่ยนแปลงสีรถให้ผิดไปจากสีที่จดทะเบียนไว้ เจ้าของรถต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่เปลี่ยนแปลง ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท

สำหรับผู้ที่ทำการ Wrap แล้วต้องการไปแจ้งเปลี่ยนสีสามารถติดต่อได้ที่กรมการขนส่งทางบกทั่วประเทศ ส่วนเอกสารที่ต้องเตรียมไปในการแจ้งมีดังนี้ คู่มือจดทะเบียนรถ, สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ถ้าเป็นนิติบุคคลใช้หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม, ใบเสร็จรับเงินค่าทำสีรถหรือหนังสือยืนยันการทำสีรถเอง, แบบคำขอแก้ไขเพิ่มเติมรายการในทะเบียนรถ (เปลี่ยนสี) เมื่อกรอกรายการและลงลายมือชื่อผู้ยื่นคำร้องเรียบร้อยแล้วก็ยื่นต่อนายทะเบียน เพียงเท่านี้ก็เสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย…

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.