Tank 500 เอสยูวีออฟโรดหรูอัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์
ปลายเดือนกรกฏาคมที่ผ่านมา GWM เผยแพร่ภาพของ Tank 500 รุ่นใหม่ออกมา ซึ่งถูกเข้าใจว่าเป็นการอัปเกรดให้กับรถที่ขับเคลื่อนด้วยระบบไฮบริด อย่างไรก็ตามหลังรถเอสยูวีรุ่นใหม่ถูกเปิดตัวออกมากลับเป็นการอัปเกรดให้กับทั้งรถที่ใช้เฉพาะน้ำมันและไฟฟ้าร่วมในการขับเคลื่อน พร้อมการโปรโมตว่าเป็นรถเอสยูวีออฟโรดหรูอัจฉริยะสำหรับทุกสถานการณ์
Tank 500 ใหม่ยังคงดีไซน์จากรุ่นก่อนหน้า แต่มีกระจังหน้าใหม่ พร้อมมีสีเขียว Dunhuang Green ใหม่ให้เลือกนอกจากสีทอง Kunlun Gold สีเงิน Pamir Silver และสีขาว Mount Everest White ที่มีในรุ่นก่อนหน้า ส่วนขนาดของรถมีความยาว 5,078 มม. กว้าง 1,934 มม. สูง 1,905 มม. และมีระยะฐานล้อยาว 2,850 มม.
การอัปเกรดที่สำคัญในรถรุ่นใหม่คือมากับระบบช่วยขับ Coffee Pilot Ultra ที่ใช้ 27 เซ็นเซอร์ในการทำงานโดยมีทั้ง Lidar, 3 Millimeter-wave เรดาร์, 12 เรดาร์อัลตราโซนิก และ 11 กล้องความละเอียดสูง สำหรับการนำทางในระบบขับขี่อัตโนมัติทั้งในเมืองและบนทางหลวงโดยไม่ต้องใช้แผนที่ความละเอียดสูง นอกจากนี้ทาง GWM ยังอ้างว่าระบบช่วยจอดรถในรถรุ่นใหม่ของตนรองรับพื้นที่จอดรถมากกว่า 200 รูปแบบ
รวมทั้งรถยังมากับระบบ Coffee Night Vision Fan-infrared ที่สามารถตรวจจับรถที่อยู่ห่างออกไปถึง 120 เมตร และตรวจจับคนเดินถนนที่ห่างออกไปไกลถึง 90 เมตรแม้ในสภาพฝนตก หิมะตก และเต็มไปด้วยฝุ่น
ห้องโดยสารของรถได้รับการอัปเกรดมีตู้เย็นปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -6 ถึง 50 องศาเซลซียส แท่นชาร์จไร้สาย 50W คู่ แต่ยังคงมีจอแสดงข้อมูลการขับขนาด 12.3 นิ้ว จอ Infotainment ขนาด 14.5 นิ้ว และการแสดงข้อมูล Head-up Display บนกระจกหน้า โดยใช้ระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3 เหมือนเดิม
รถรุ่นใหม่ยังมีจอขนาด 17.3 นิ้วที่เพดานสำหรับผู้โดยสารแถวที่สองซึ่งสามารถควบคุมได้ทั้งด้วยเสียง ท่าทาง การสัมผัส สมาร์ทโฟน และรีโมตคอนโทรลที่ที่ท้าวแขน ส่วนเบาะของรถหุ้มหนัง Nappa มีระบบระบายอากาศและปรับความอุ่นทั้งเบาะหน้าและเบาะหลัง รวมทั้งยังสามารถพับเบาะหลังลงเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 1,489 ลิตร
ระบบขับเคลื่อนของรถที่ใช้เฉพาะน้ำมันเป็นเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร 355 แรงม้า แรงบิด 500 นิวตัน–เมตร พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 9 สปีด ส่วนระบบไฮบริดมีสองทางเลือกเริ่มจากรุ่น Hi-4-T ใช้เครื่องยนต์ 2.0T 241 แรงม้า แรงบิด 380 นิวตัน–เมตร ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 130 kW หรือ 174 แรงม้า แรงบิด 495 นิวตัน–เมตร ให้กำลังรวม 402 แรงม้า แรงบิด 750 นิวตัน–เมตร ส่วนแบตเตอรีมีความจุ 37.1 kWh ทำให้เดินทางเฉพาะไฟฟ้าได้ถึง 110 กิโลเมตร ใช้น้ำมันเต็มถังพร้อมไฟฟ้าเดินทางได้ถึง 900 กิโลเมตร ส่วนระบบส่งเป็นแบบ HAT 9 สปีด
อีกระบบขับเคลื่อนไฮบริดเป็น Hi4-Z ใช้เครื่องยนต์ 2.0T ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ โดยมอเตอร์หน้ามีกำลัง 215 kW หรือ 288 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน–เมตร มอเตอร์หลังมีกำลัง 240 kW หรือ 321 แรงม้า แรงบิด 415 นิวตัน–เมตร ใช้ระบบส่งกำลัง DHT 3 สปีด ส่วนแบตเตอรีของรถมีความจุ 59.05 kWh ให้พลังงานสำหรับเดินทางเฉพาะไฟฟ้าได้ถึง 201 กิโลเมตร ขณะที่การใช้น้ำมันรวมกับไฟฟ้าเดินทางได้ถึง 1,096 กิโลเมตร
รถเอสยูวีรุ่นใหม่ขายในจีนโดยมี 4 เกรดให้เลือก ราคาเริ่มต้น 335,000 หยวนหรือประมาณ 1,514,000 บาทในรุ่นไฮบริด Hi4-T เกรดพื้นฐาน
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย Off Road Magazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ Off Road Magazine
Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.