Tank 400 รุ่นใหม่ ปรับดีไซน์ ใส่ระบบปลั๊กอินไฮบริดให้เลือก
ปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา GWM เผยทีเซอร์ของ Tank 400 รุ่นใหม่ออกมา ซึ่งนอกจากมีการปรับดีไซน์ของรถแล้วยังมีข้อมูลว่ารถรุ่นใหม่จะมีระบบปลั๊กอินไฮบริดมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ให้เลือก ตอนนี้รถถูกเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการพร้อมขายที่จีนแล้ว โดยมีถึง 4 ขุมพลังให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบปลั๊กอินไฮบริดทั้งมอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยวและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่

ขุมพลังที่มีให้เลือกใน Tank 400 ใหม่เริ่มด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 2.0T พร้อมระบบไมลด์ไฮบริด 48-Volt 248 แรงม้า แรงบิด 385 นิวตัน–เมตร พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 9 สปีด นอกจากนี้ยังมีเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T 183 แรงม้า แรงบิด 490 นิวตัน–เมตร พร้อมระบบส่งกำลังอัตโนมัติ 9 สปีด

ส่วนรุ่นปลั๊กอินไฮบริดมีทั้ง Hi4-T ใช้เครื่องยนต์ 2.0T 248 แรงม้า ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 130 kW หรือ 174 แรงม้า และแบตเตอรี 37.1 kWh ให้พลังงานสำหรับเดินทางโดยใช้เฉพาะไฟฟ้าได้ถึง 105 กิโลเมตร รองรับการชาร์จไฟแบบเร็วถึง 103 kW และรุ่นปลั๊กอินไฮบริด Hi4-Z ใช้เครื่องยนต์ 2.0T เหมือนกับ Hi4-T ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่มีกำลัง 215 kW หรือ 288 แรงม้า และ 240 kW หรือ 321 แรงม้า มีแบตเตอรี 59.05 kWh ให้พลังงานสำหรับเดินทางโดยใช้เฉพาะไฟฟ้าได้ถึง 200 กิโลเมตร และรองรับการชาร์จไฟแบบเร็วถึง 163 kW

รถเอสยูวีรุ่นใหม่เกรดสูงยังมากับระบบช่วยขับ Coffee Pilot Ultra โดยใช้ LiDAR บนหลังคาร่วมกับกล้องนอกรถสำหรับการทำงานช่วยขับอัตโนมัติทั้งในเมืองและบนทางหลวง รวมทั้งการทำงานช่วยจอดรถอัตโนมัติ

ด้านขนาดของรถรุ่นใหม่มีความยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. สูง 1,905 มม. มีระยะฐานล้อยาว 2,850 มม. ซึ่งแม้ยังคงมีระยะฐานล้อยาวเท่ากับรุ่นก่อนหน้า แต่รถรุ่นใหม่สั้นลง 21 มม. กว้างขึ้น 10 มม. และสูงขึ้น 5 มม. ส่วนดีไซน์ของรถมีการปรับในส่วนของกันชนหน้าเพิ่มการแต่งด้วยสีดำรอบไฟตัดหมอก มีกระจังหน้าขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมสองแถบแนวนอน และไฟหน้าสี่เหลี่ยมคางหมู ส่วนด้านหลังรถมีครอบล้ออะไหล่ดีไซน์ใหม่ที่ฝาท้าย


ห้องโดยสารของรถมีจอแสดงข้อมูลการขับขนาด 12.3 นิ้ว จอตรงกลางขนาด 15.6 นิ้วที่ได้รับการอัปเกรดซอฟต์แวร์เป็น Coffee OS เจเนเรชันที่สามและระบบสั่งงานด้วยเสียง Coffee GPT โดยรถเกรดสูงยังมาพร้อมกับอุปกรณ์อย่างหนัง Nappa มีรูระบายอากาศ ซึ่งเบาะหน้าปรับความอุ่นและระบายอากาศได้พร้อมมีฟังก์ชันนวด นอกจากนี้ยังมีจอขนาด 15.6 นิ้วเพื่อความบันเทิงสำหรับเบาะหลัง ตู้เย็นปรับอุณหภูมิได้ตั้งแต่ -5 ถึง 50 องศาเซลเซียส และระบบเสียงลำโพง 14 ตำแหน่ง

ส่วนราคารถที่ขายในจีนเริ่มต้น 249,800 หยวนหรือประมาณ 1,135,000 บาทในรุ่นเครื่องยนต์เบนซินไมลด์ไฮบริด
เรื่อง : กองบรรณาธิการ
เรียบเรียงข้อมูลโดย Off Road Magazine
ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ Off Road Magazine
Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.