BMW SAM Proto T1 Version ครอสคันทรี

            BMW คันนี้มีชื่อว่า SAM Proto T1  สุดยอดรถแข่งประเภทครอสคันทรีที่ผลิต ขึ้นโดย Depieres Competição ในประเทศโปรตุเกสด้วยความร่วมมือของ BMW  Bavarian Hills ใน ประเทศเยอรมันนี แต่รถคันนี้ไปโด่งดังในประเทศโปแลนด์โดยสองนักแข่งชายหญิง Marcin Łukaszewski และ Magdalena Duhanik ผู้มีชื่อเสียงและมีแฟนๆ ชาวโปแลนด์ติดตามผลงานอย่างมากมายในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา คว้าแชมป์แรลลี่ออฟโรดมาอย่างโชกโชน และ 2 ปีที่ผ่านมา

โดยการผลิตรถคันนี้ก็เพื่อจะร่วมการแข่งขัน cross-country แรลลี่อย่างจริงจัง และให้ที่สุดก็วาง แผนงานจะร่วมการแข่งขันในฤดกาล 2014 จึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อปลายปี 2013 กับรถคันใหม่แกะ กล่อง BMW ซึ่งเป็นรถสร้างขึ้นภายใต้กติการถครอสคันทรี FIA T1

ย้อนกลับไปดูผลงานของนักแข่งชาย-หญิงชาวโปแลนด์คู่นี้ มาร์ซิน และ แม็กดาเลน่า ลงแข่งข้นในชื่อทีม Off-Roadsports เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2008 ด้วยรถ Suzuki Samurai ติดตั้ง วินช์ไฟฟ้าเข้าร่วมแข่งขันออฟโรดบางรายการเล็ก ๆเท่านั้น และในปีต่อมาก็ร่วมแข่งรายการ แข่งในรุ่นใหญ่ Extreme, ได้อันดับ 2 Polish Magam Trophy, ในปีดถัดมา 2010 คว้าแชมป์ Poland’s Off-Road Cup, และได้ดับเบิ้ลแชมป์ 2010 – 2011 MT แรลลี่, ชนะเลิศการแข่ง Dresden-Wroclasw และในปี 2012 ลงแข่ง Baja Poland ได้อันดับ 4 รุ่นโอเพ่น, รวมทั้ง การแข่งขันในรัสเซียสองครั้งในรายการ Russian Ladoga Trophy ด้วยฝีมือและเทคนิคการ แข่งที่ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยมที่พิสูจน์ให้เห็นผลงานและเริ่มมองหารายการแข่งขัน cross-country รายการใหญ่ๆ ในยุโรป

จากชื่อเสียงที่โด่งดังมีแฟนๆ มากมายในประเทศบ้านเกิดโปแลนด์ ทั้งคู่จึงตัดสินใจลงทุนสร้างรถแข่งครอสคันทรีตัวใหม่ ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมา ทางทีมจึงมองหาผู้ผลิตรถแข่ง ที่สามารถนำเสนอความล้ำหน้าและในราคาที่เหมาะสม ในโปแลนด์ไม่มีผู้ผลิตรถแข่งรายไดที่ จะทำตามความต้องการได้และผู้ผลิตดัง ๆในยุโรปราคาก็แพงเว่อร์จนรับไม่ไหวกับทีมเล็กๆ  แต่แล้วในที่สุดก็มาลงเองที่อู่ผู้ผลิตชื่อ DePieres Competição ซึ่งมีชื่อเสียงในการสร้างรถแข่ง ครอสคันทรีที่แข็งแกร่งในโปรตุเกสและมีผลงานเป็นที่เชื่อถือได้มาหลายปีแล้ว

SAM Proto T1 จึงเป็นชื่อโปรเจ็คใหม่ที่สร้างรถแข่งขึ้นภายใต้กติกาล่าสุดของ FIA 2013 specification มาร์ซิน ลูคาสเซว์สกี้ กล่าวว่านี่คือการออกแบบรถแข่งที่ส่งออกคันแรกให้ กับทีม Off-Road Sport. ของโปแลนด์

ทำไมจึงต้องเป็นผู้ผลิต DePieres Competiçao ??

เราได้พิจารณารถแข่งครอสคันทรีที่ผลิตจากประเทศโปรตุเกสแล้ว โรงงานนี้ได้ผลิตรถแข่งออกมาให้เฉพาะนักแข่งโปรตุเกสถึง 15 คัน ที่ผลิดโดย Depieres เช่น Perdo Grandcha (แชมเปี้ยนรุ่น T1 โปรตุเกสปี 2006), Nuno Matos (ผู้ชนะรุ่น T2 2010 World Cup) หรืออย่าง Helder Oliverira (อันดับ 2 รุ่น T1 รองแชมป์โปรตุเกส) และเคยคว้าอันดับ 1 Portugueses scenario ที่ใช้การออกแบบด้วยวัสดุลามิเนตกับ Open Mokka ที่คล้าย ๆกัน และ Nuno Matos นักแข่งแรลลี่ชาวโปรตุเกสยังคว้าแชมป์ Overall 2010 World Cup T2 มา ครองได้โดยใช้รถของโรงงาน DePieres

อย่างไรก็ตาม BMW SAM Proto T1 เกิดจากแนวความคิดของมาร์ซินและแม็กดาเลนา ร่วมกับคณะทำงานของ DePieres เพื่อต้องการให้รถคันนี้มีเทคนิคล้ำหน้ากว่าคันที่เคยสร้างกันมา ทีม Off-Roadsport จึงเลือกจะใช้เครื่องยนต์ตัวล่าสุดของ BMW N57 บล็อกอลูมิเนียม เทอร์โบคู่ ซึ่งมีระบบควบคุมอีเล็คทรอนิคที่ล้ำหน้ากว่าและระบบหัวฉีดของ Magnetti Marelli ติดตั้งระบบทำความเย็นด้วยปั๊มน้ำไฟฟ้าไว้แยก 2 ระบบ ที่ด้านท้ายรถที่จะทำความเย็นทั้ง ระบบเฟืองท้าย ระบบเกียร์ และเกียร์กลาง ส่วนด้านหน้าส่งผ่านระบบความเย็นไปยังเฟืองขับ หน้า ระบบพวงมาลัยและเครื่องยนต์ พร้อมทั้งมีระบบดูดอากาศจากหลังคาและจาก 4 มุมของ ตัวรถ เหตุผลที่ต้องแยกระบบหล่อเย็นไว้ 2 ชุดหน้าและหลังนั้น ก็เพื่อการกระจายน้ำหนักรถและ เป็นกุญแจสำคัญในการทำงานของช่วงล่างให้มีจุดศูนย์กลาง gravity ที่ต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ ส่วนโช้คอัพเป็นรุ่นล่าสุดของ Ohlins รุ่น ORQ 18/50 ข้างละ 2 ต้น

ตัวถังรถถูกสร้างด้วยดีไซน์แบบ 3D framework การวางตำแหน่งที่นั่ง หน้าปัด และ ส่่วน safety cage แบบมาตรฐานที่กำหนดขึ้นล่าสุดของ FIA 2013 ซึ่งทำจากท่อ chromium- molybdenum ความหนา 2 มม. เชื่อมติดกับโครงสร้างท่อเหล็กเหนียวและคานที่เป็นจุดยึด เครื่องยนต์และเกียร์บ๊อกซ์ หลังจากนั้นก็ติดตั้งระบบช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง เกียร์ เฟืองท้าย ระบบช่วงล่าง ห้องเครื่องยนต์ และพื้นรถที่ใช้วัสดุไม่ติดไฟ ระบบอีเล็กทรอนิคทั้งหมด และสุด ท้ายก็เป็นโช้คอัพ Ohlins รุ่นพิเศษ ORQ 18/50 แต่ละล้อข้างละ 2 ตัวที่มีช่วงชักยืดได้ 250 mm.

ขั้นต่อมาก็ครอบเปลือกตัวรถที่ทำจากวัสดุ laminate, ระบบฉีดเครื่องดับเพลิง จอแสดง ผลบนหน้าปัดและคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่ง Sparco, เข็มขัดนิรภัย Schroth พร้อมหมอนรองคอ รวมทั้งสวิชท์ควบคุมต่าง ๆที่ติดตั้งไว้อย่างชัดเจนและง่ายต่อการใช้ งานหน้าปัดติดตั้งเครื่องวัดต่าง ๆอย่างครบครัน

สิ่งสำคัญคือ ความสมดุลของน้ำหนักแรงโน้มถ่วง (gravity) ที่ต้องหาจุดติดตั้งบนพื้นที่ ต่ำสุด ทั้งเฟืองท้าย เกียร์เมน เกียร์เปลี่ยนความเร็ว แบตตารี่ ถังน้ำฉีดกระจกขนาด 10 ลิตร แม่แรงไฮครอลิค และหม้อน้ำ ถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาด 230 ลิตร และอุปกรณ์เพื่อความปลอด ภัยตามข้อกำหนดของ FIA อีก 82 กก. รวมน้ำหนักรถทั้งคัน 1,900 กก.

          เวลาผ่านไป 140 วันช่วงปลายปี 2013 BMW SAT Proto T1 ก็พร้อมทำการทดสอบ เป็นครั้งแรกบนเส้นทางลูกรังและออฟโรดในแถบภูเขาของโปรตุเกส มีแค่บางสิ่งบางอย่างใน การปรับช่วงล่างและระบบปรับเบรกให้ได้ตามความต้องการ และสุดท้ายทุกใบหน้าก็เต็มไป ด้วยรอยยิ้มด้วยความพึงพอใจของทีมงานทุกคน

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

Save