Audi Q5 Sportback เจเนเรชันที่สอง มาพร้อมกับความสปอร์ตและความแรง

Audi เผยโฉม Q5 Sportback รถเอสยูวีคูเป้รุ่นใหม่ออกมาหลังจากที่ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกันยายนได้เปิดตัว Q5ตัวถังปกติรุ่นใหม่ออกมา โดยรถเอสยูวีคูเป้ที่เพิ่งถูกเผยโฉมออกมาเป็นเจเนเรชันที่สอง เพราะเพิ่งมีเจเนเรชันแรกออกมาในเจเนเรชันที่สองของQ5 ตัวถังปกติ ซึ่งรถเจเนเรชันใหม่มาพร้อมกับความสปอร์ต เฉียบคม และมีพลังมากขึ้น รวมทั้งได้รับการอัปเกรดเทคโนโลยีจากรุ่นก่อนหน้า พร้อมมีทั้งรุ่นสมรรถนะปกติและรุ่นสมรรถนะสูง SQ5

แน่นอนว่า Audi Q5 Sportback รุ่นใหม่มีความแตกต่างจาก Q5รุ่นตัวถังปกติอย่างชัดเจนด้วยแนวเส้นหลังคาลาดลงด้านหลังรถที่ถูกออกแบบใหม่แต่ยังคงไฟท้ายเต็มความกว้างเหมือนกับรุ่นตัวถังเอสยูวีปกติ ทำให้รถมีรูปทรงในสไตล์รถคูเป้รวมทั้งมีพื้นที่ของกระจกหน้าต่างที่เล็กกว่า

เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า รถเอสยูวีคูเป้รุ่นใหม่ทั้งเกรดแต่ง S Line และรุ่นสมรรถนะสูง SQ 5 มากับดีไซน์ที่สปอร์ตมากขึ้นด้วยช่องดักลมที่กันชนขนาดใหญ่ขึ้นรวมทั้งมี Diffuser หลังใหญ่ขึ้น โดยเกรดแต่ง S Line ใช้วัสดุสี Anthracite ด้านแต่ง ส่วนรุ่น SQ5 แต่งด้วยวัสดุสีเงินด้านรวมทั้งมี 4 ปลายท่อไอเสียทรงกลมด้านหลัง ขณะที่พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังของรถมีความจุ 515 ลิตร และเพิ่มได้ถึง 1,415 ลิตรเมื่อพับเบาะหลังลง น้อยกว่าตัวถังรถเอสยูวีปกติ 58 ลิตรเพื่อแลกกับความสปอร์ตมากขึ้น

ห้องโดยสารของรถเอสยูวีคูเป้ยกมาจากQ5 รุ่นตัวถังเอสยูวีปกติทั้งด้านการจัดวางสิ่งต่างๆ และเทคโนโลยี ทำให้มีจอแสดงข้อมูลการขับขนาด 11.9 นิ้ว และจอทัชสกรีนตรงกลางขนาด 14.5 นิ้ว รวมทั้ยังมีออปชันจอขนาด 10.9 นิ้วด้านหน้าผู้โดยสารให้เลือกติดเพิ่ม ส่วนวัสดุที่ใช้ในห้องโดยสารเน้นความยั่งยืนด้วยการใช้วัสดุรีไซเคิลอย่างผ้า Cascade และไมโครไฟเบอร์ Dinamica

รถเอสยูวีคูเป้รุ่นใหม่ซึ่งอยู่บนสถาปัตยกรรม Premium Platform Combustion เหมือนกับQ5 ตัวถังปกติรุ่นล่าสุดและ A5 มีระบบขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลพร้อมระบบไมลด์ไฮบริด ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์มีความจุ 2.0 ลิตร สร้างกำลังออกมา 204 แรงม้า โดยมีระบบไมลด์ไฮบริด 48-Volt และแบตเตอรี 1.7 kWh ช่วยสร้างกำลังขับเคลื่อน 24 แรงม้าเหมือนกัน แต่เครื่องยนต์เบนซินมีแรงบิด 340 นิวตัน-เมตร ขณะที่เครื่องยนต์ดีเซลมีแรงบิด 400 นิวตัน-เมตร

สำหรับรุ่นสมรรถนะสูง SQ5 Sportback มีขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน V6 3.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ พร้อมระบบไมลด์ไฮบริด ให้กำลังขับเคลื่อน 367 แรงม้า แรงบิด 550 นิวตัน-เมตร โดยใช้ระบบส่งกำลังดูอัลคลัตช์ 7 สปีดนำกำลังสู่ทุกล้อของรถ

รถรุ่นใหม่เริ่มการส่งมอบในยุโรปตั้งแต่เดือนธันวาคม 2024 นี้เลย โดยรุ่นสมรรถนะปกติมีราคาเริ่มต้น 54,800 ยูโร ส่วนรุ่นสมรรถนะสูงราคาเริ่มต้น 85,400 ยูโร

 

 

 

เรื่อง : กองบรรณาธิการ

เรียบเรียงข้อมูลโดย Off Road Magazine

ติดตามข่าวสาร ยานยนต์ รถใหม่ ได้ที่ Off Road Magazine

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    Always Active

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    Cookies Details

Save